The Acid test
หมายถึง การทดสอบที่หินที่สุด ที่โหดที่สุดและที่เจ๋งที่สุด เรียกว่า อะไรผ่านการทดสอบนี้ถือว่า แน่มากและสุดยอด เช่น
If the government can survive the current economic crisis , it is the acid test.
= ถ้ารัฐบาลสามารถผ่านวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ได้ ก็จัดได้ว่า เจ๋งจริง
คำว่า acid เมื่อนำไปประกอบกับคำอื่นก็จะมีความหมายไม่สู้ดี เช่น acid rain ก็คือ ฝนกรด เป็นต้น และคำนี้เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง เปรี้ยวมาก เช่น This kind of fruit tastes too acid. You should eat it with sugar = ผลไม้ชนิดนี้มีรสเปรี้ยวมากเกินไป คุณควรจะทานกับน้ำตาล
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วลีเจ๋งๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วลีเจ๋งๆ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
To be beside the point
To be beside the point
หมายถึง ไม่ตรงประเด็น ไม่เกี่ยวข้องกัน ใช้บรรยายข้อความ ข้อมูล เรื่องราว ที่มีลักษณะดังกล่าว สำนวนนี้จะไปเหมือนกับคำศัพท์ว่า irrelevant ซึ่งทั้งศัพท์และสำนวนนี้ เราจะพบเห็นบ่อยมาก เช่น
Your explanation is beside the point. (irrelevant)
= คำอธิบายของคุณไม่ตรงประเด็น
What you are discussing is beside the point. Please hit the nail on the head.
= สิ่งที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่นั้นไม่ตรงประเด็น ช่วยพูดให้มันตรงประเด็นหน่อย
สวน to hit the nail on the head หมายถึงตรงจุดหรือตรงประเด็น เหมือนกับการตีตะปูที่หัว
หมายถึง ไม่ตรงประเด็น ไม่เกี่ยวข้องกัน ใช้บรรยายข้อความ ข้อมูล เรื่องราว ที่มีลักษณะดังกล่าว สำนวนนี้จะไปเหมือนกับคำศัพท์ว่า irrelevant ซึ่งทั้งศัพท์และสำนวนนี้ เราจะพบเห็นบ่อยมาก เช่น
Your explanation is beside the point. (irrelevant)
= คำอธิบายของคุณไม่ตรงประเด็น
What you are discussing is beside the point. Please hit the nail on the head.
= สิ่งที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่นั้นไม่ตรงประเด็น ช่วยพูดให้มันตรงประเด็นหน่อย
สวน to hit the nail on the head หมายถึงตรงจุดหรือตรงประเด็น เหมือนกับการตีตะปูที่หัว
วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
Backroom Boys
backroom boys คือ กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังคนดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นดารา นักการเมืองล้วนต้องการคนกลุ่มนี้แหละที่คอยคิดคอยช่วยให้เกิดความสำเร็จขึ้นมา เราจะเรียกเขาว่า the backroom boys อย่าไปปะปนกับคำว่า a backstreet boy เพราะคำว่า backstreet หมายถึง ทางหรือถนนแคบๆเล็กๆ ไม่ใช่ถนนสายหลัก และหากนำไปใช้ในความหมายไม่ดีคือ สิ่งที่ทำแบบลับๆ ไม่ถูกฎหมาย เช่น a backstreet business = ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ส่วน a backstreet boy สามารถหมายถึง เด็กที่อยู่ตามซอกซอย เด็กที่ยากจน
Without the backroom boys, the movie stars will not be that successful.
= ถ้าไม่มีคนที่อยู่เบื้องหลัง ดาราภาพยนตร์ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จมากอย่างนั้น
All to them are the backroom boys of the economic team in the cabinet.
= คนพวกนั้นทั้งหมดอยู่เบื้องหลังของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดนี้
Without the backroom boys, the movie stars will not be that successful.
= ถ้าไม่มีคนที่อยู่เบื้องหลัง ดาราภาพยนตร์ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จมากอย่างนั้น
All to them are the backroom boys of the economic team in the cabinet.
= คนพวกนั้นทั้งหมดอยู่เบื้องหลังของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดนี้
วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
To come a long way
หากทำอะไรจนประสบผลสำเร็จมากไม่ว่าในเรื่องใด เราสามารถใช้ว่า to come a long way (to make great progress) เช่น
Our company has come a long way after we introduced the computer system.
= บริษัทเราก้าวหน้าไปมากเลยหลังจากเรานำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ หรือบรรยายสิ่งใดก็ตามที่ประสบสำเร็จ เช่น
My English has come a long way since I practice listening to English music.
= ภาษาอังกฤษของฉันพัฒนาไปมากเลยตั้งแต่ฝึกฟังเพลงฝรั่ง
และสำนวน To have a long way to go. หมายถึง ยังอีกไกลนักกว่าจะประสบผลสำเร็จ เราใช้ตอบเวลาคนมาถามว่างานนั้นงานนี้ ไปถึงไหนแล้ว เช่น
A: Hi! How is your mega project going?
= ว่าไง โครงการขนาดใหญ่เป็นไงบ้าง
B: Yeah! I have a long way to go.
= เออ อีกไกลกว่าจะประสบผลสำเร็จ
และหากคุณมีใครหรือตัวคุณเองที่ go a long way ก็หมายถึง คนๆนั้นได้ประสบผลสำเร็จในอาชีพนั้นๆ หรือ ก้าวถึงจุดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากแล้ว เช่น
Hey! You are the manager of the department. You have gone a long way.
= นี่ แกได้เป็นผู้จัดการแผนก ประสบผลสำเร็จมากแล้ว (มาได้ไกลแล้วล่ะ)
Our company has come a long way after we introduced the computer system.
= บริษัทเราก้าวหน้าไปมากเลยหลังจากเรานำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ หรือบรรยายสิ่งใดก็ตามที่ประสบสำเร็จ เช่น
My English has come a long way since I practice listening to English music.
= ภาษาอังกฤษของฉันพัฒนาไปมากเลยตั้งแต่ฝึกฟังเพลงฝรั่ง
และสำนวน To have a long way to go. หมายถึง ยังอีกไกลนักกว่าจะประสบผลสำเร็จ เราใช้ตอบเวลาคนมาถามว่างานนั้นงานนี้ ไปถึงไหนแล้ว เช่น
A: Hi! How is your mega project going?
= ว่าไง โครงการขนาดใหญ่เป็นไงบ้าง
B: Yeah! I have a long way to go.
= เออ อีกไกลกว่าจะประสบผลสำเร็จ
และหากคุณมีใครหรือตัวคุณเองที่ go a long way ก็หมายถึง คนๆนั้นได้ประสบผลสำเร็จในอาชีพนั้นๆ หรือ ก้าวถึงจุดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากแล้ว เช่น
Hey! You are the manager of the department. You have gone a long way.
= นี่ แกได้เป็นผู้จัดการแผนก ประสบผลสำเร็จมากแล้ว (มาได้ไกลแล้วล่ะ)
วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
Long story
It’s a long story.
หมายถึง เรื่องมันยาวหรือเรื่องนี้มันซับซ้อนและยากที่จะบอก เช่น
A: How is your relationship going?
= เรื่องความสัมพันธ์ของเธอทั้งคู่เป็นไงบ้าง
B: It’s a long story. = เรื่องมันยาว
สำนวน To cut the story short. หมายถึง สรุปหรือ ตัดบท เช่น
I think you need to cut the story short because I don’t have much time.
= ฉันคิดว่า คุณต้องตัดบทแล้วล่ะเพราะฉันไม่มีเวลามาก
หรือ สรุปก็คือ พูดโดยสรุป พูดอย่างย่อๆ อะไรแบบนี้ เช่น
To cut the story short, I fell in love with her.
= สรุป ก็คือ ฉันหลงรักหล่อน
หมายถึง เรื่องมันยาวหรือเรื่องนี้มันซับซ้อนและยากที่จะบอก เช่น
A: How is your relationship going?
= เรื่องความสัมพันธ์ของเธอทั้งคู่เป็นไงบ้าง
B: It’s a long story. = เรื่องมันยาว
สำนวน To cut the story short. หมายถึง สรุปหรือ ตัดบท เช่น
I think you need to cut the story short because I don’t have much time.
= ฉันคิดว่า คุณต้องตัดบทแล้วล่ะเพราะฉันไม่มีเวลามาก
หรือ สรุปก็คือ พูดโดยสรุป พูดอย่างย่อๆ อะไรแบบนี้ เช่น
To cut the story short, I fell in love with her.
= สรุป ก็คือ ฉันหลงรักหล่อน
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
A thorn in the flesh
A thorn in the flesh
ความหมาย : ไอ้ตัวแสบ ( หนามที่คอยทิ่มแทง)
เช่น
He is really a thorn in the flesh. He goes against me in every project I come up with.
= ไอ้หมอนี่ มันตัวแสบจริงๆ มันขวางฉันไปซะทุกเรื่องที่ฉันคิด
เช่น
He is really a thorn in the flesh. He goes against me in every project I come up with.
= ไอ้หมอนี่ มันตัวแสบจริงๆ มันขวางฉันไปซะทุกเรื่องที่ฉันคิด
วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562
Let bygones be bygones
Let bygones be bygones
ที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไป
คำว่า bygones เป็นคำนามนับได้ หมายถึง สิ่งที่ผ่านไปแล้วไม่ควรจะนำมาคิดให้ปวดหัว ควรให้อภัยและลืมไปซะ เช่น
Let bygones be bygones and be friends again.
= ที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไป มาเป็นเพื่อนกันใหม่ดีกว่า
คำนี้สามารถนำมาใช้ในรูปของคุณศัพท์ก็ได้ หมายถึง ที่เกิดขึ้นในอดีต ที่เป็นของอดีต เช่น
This shopping mall is the highlight of a bygone era.
= ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นจุดเด่นของยุคเก่า
These coins are the artifacts of a bygone age.
= เหรียญเหล่านี้เป็นสิ่งของของยุคอดีต
โครงสร้าง Let + someone / something + กริยาไม่ผัน หมายถึง ปล่อยหรือยอมให้เป็นไปแบบนั้น เช่น
Let me go. ปล่อยฉันไปเถอะ ยอมให้ฉันไปเถอะ
Let it go. ปล่อยวางซะ
Let him decide. = ปล่อยให้เขาตัดสินใจ
และ Let it be! เป็นสำนวนเตือนใจว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ช่างหัวมันเถอะ ปล่อยให้มันของมันอย่างนั้น
ที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไป
คำว่า bygones เป็นคำนามนับได้ หมายถึง สิ่งที่ผ่านไปแล้วไม่ควรจะนำมาคิดให้ปวดหัว ควรให้อภัยและลืมไปซะ เช่น
Let bygones be bygones and be friends again.
= ที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไป มาเป็นเพื่อนกันใหม่ดีกว่า
คำนี้สามารถนำมาใช้ในรูปของคุณศัพท์ก็ได้ หมายถึง ที่เกิดขึ้นในอดีต ที่เป็นของอดีต เช่น
This shopping mall is the highlight of a bygone era.
= ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นจุดเด่นของยุคเก่า
These coins are the artifacts of a bygone age.
= เหรียญเหล่านี้เป็นสิ่งของของยุคอดีต
โครงสร้าง Let + someone / something + กริยาไม่ผัน หมายถึง ปล่อยหรือยอมให้เป็นไปแบบนั้น เช่น
Let me go. ปล่อยฉันไปเถอะ ยอมให้ฉันไปเถอะ
Let it go. ปล่อยวางซะ
Let him decide. = ปล่อยให้เขาตัดสินใจ
และ Let it be! เป็นสำนวนเตือนใจว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ช่างหัวมันเถอะ ปล่อยให้มันของมันอย่างนั้น
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562
To look like / To resemble
to look like / to resemble
หมายถึง เหมือน หรือ คล้าย ถ้าต้องการพูดว่า เขามีตาเหมือนแม่ มีจมูกเหมือนพ่อ เราสามารถบรรยายได้ว่า
His face looks like his mom’s. His nose looks like his dad’s.
หรือจะใช้สำนวนนี้ก็ได้เช่นกัน
To have คนที่มีอะไรเหมือน’s สิ่งที่เหมือน เช่น
She has her mom’s eyes.
= มีตาเหมือนแม่
He is lucky. He has his dad’s face.
= เขาโชคดีที่มีหน้าเหมือนพ่อ
และหากไม่รู้ว่า เด็กคนนี้ไม่รู้ตาเหมือนใคร เราก็สามารถพูดได้ว่า
I don’t know whose eyes he has.
= ไม่รู้ว่าตาเขาเหมือนใคร
หรือต้องการจะบอกว่า ลูกคนนี้ไม่รู้นิสัยเหมือนใคร ก็ใช้ได้ว่า
I don’t know whose character the girl has.
= ไม่รู้ว่าเด็กหญิงคนนี้มีบุคลิกเหมือนใคร
Her character is like her mom’s.
= บุคลิกเธอเหมือนแม่
หมายถึง เหมือน หรือ คล้าย ถ้าต้องการพูดว่า เขามีตาเหมือนแม่ มีจมูกเหมือนพ่อ เราสามารถบรรยายได้ว่า
His face looks like his mom’s. His nose looks like his dad’s.
หรือจะใช้สำนวนนี้ก็ได้เช่นกัน
To have คนที่มีอะไรเหมือน’s สิ่งที่เหมือน เช่น
She has her mom’s eyes.
= มีตาเหมือนแม่
He is lucky. He has his dad’s face.
= เขาโชคดีที่มีหน้าเหมือนพ่อ
และหากไม่รู้ว่า เด็กคนนี้ไม่รู้ตาเหมือนใคร เราก็สามารถพูดได้ว่า
I don’t know whose eyes he has.
= ไม่รู้ว่าตาเขาเหมือนใคร
หรือต้องการจะบอกว่า ลูกคนนี้ไม่รู้นิสัยเหมือนใคร ก็ใช้ได้ว่า
I don’t know whose character the girl has.
= ไม่รู้ว่าเด็กหญิงคนนี้มีบุคลิกเหมือนใคร
Her character is like her mom’s.
= บุคลิกเธอเหมือนแม่
วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562
To run the family
To run in the family
หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่สืบทอดทางกรรมพันธุ์ หรือที่เราคุ้นกับสำนวนว่า to be genetic หรือ to be inherited เช่น
Dad, mom and daughter are good at sports. It runs in the family.
= พ่อเล่นกีฬาเก่ง แม่ก็เล่นกีฬาเก่ง ลูกก็เล่นเก่ง เป็นกรรมพันธุ์ หรือ
She needs to get a regular check-up because her grandmom and mom died of cancer. I am sure that it runs in the family.
= หล่อนต้องไปตรวจร่างกายเป็นประจำเพราะยายเป็นมะเร็งตาย แม่ก็เป็นมะเร็งตาย ฉันมั่นใจว่า มันเป็นกรรมพันธุ์
หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่สืบทอดทางกรรมพันธุ์ หรือที่เราคุ้นกับสำนวนว่า to be genetic หรือ to be inherited เช่น
Dad, mom and daughter are good at sports. It runs in the family.
= พ่อเล่นกีฬาเก่ง แม่ก็เล่นกีฬาเก่ง ลูกก็เล่นเก่ง เป็นกรรมพันธุ์ หรือ
She needs to get a regular check-up because her grandmom and mom died of cancer. I am sure that it runs in the family.
= หล่อนต้องไปตรวจร่างกายเป็นประจำเพราะยายเป็นมะเร็งตาย แม่ก็เป็นมะเร็งตาย ฉันมั่นใจว่า มันเป็นกรรมพันธุ์
วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
Immediate Family
An immediate family
หมายถึง คนในครอบครัวและญาติสนิท (closest relatives) เวลาแต่งงาน หรือทำพิธีอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการอะไรที่ยุ่งยาก
ตัวอย่าง
Only her immediate family was invited to the wedding.
= เฉพาะครอบครัวและญาติสนิทเท่านั้นที่ได้รับเชิญมางานแต่ง
และหากนำมาใช้กับคำนามอื่นก็จะหมายถึง ที่มันอยู่ใกล้ๆ หรือที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนั้น หรือขึ้นตรงต่อคนๆนั้น เช่น an immediate boss หมายถึง เจ้านายเราโดยตรง
ส่วน an immediate problem ก็คือ ปัญหาที่เกิดกับเราตอนนั้น ต้องเร่งแก้โดยด่วน หมายถึง ปัญหาเฉพาะหน้าก็ได้
หมายถึง คนในครอบครัวและญาติสนิท (closest relatives) เวลาแต่งงาน หรือทำพิธีอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการอะไรที่ยุ่งยาก
ตัวอย่าง
Only her immediate family was invited to the wedding.
= เฉพาะครอบครัวและญาติสนิทเท่านั้นที่ได้รับเชิญมางานแต่ง
และหากนำมาใช้กับคำนามอื่นก็จะหมายถึง ที่มันอยู่ใกล้ๆ หรือที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนั้น หรือขึ้นตรงต่อคนๆนั้น เช่น an immediate boss หมายถึง เจ้านายเราโดยตรง
ส่วน an immediate problem ก็คือ ปัญหาที่เกิดกับเราตอนนั้น ต้องเร่งแก้โดยด่วน หมายถึง ปัญหาเฉพาะหน้าก็ได้
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
Flesh and Blood
flesh and blood
หมายถึง เลือดเนื้อเชื้อไขหรือคนในครอบครัว เช่น
How can you treat your flesh and blood that way?
= คุณทำกับคนในครอบครัวอย่างนั้นได้อย่างไร
Though my son is a drug addict, I can’t cut him out of my life. He is my flesh and blood.
= แม้ลูกชายจะติดยา แต่ก็ตัดออกไปจากชีวิตไม่ได้เพราะเขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน
หมายถึง เลือดเนื้อเชื้อไขหรือคนในครอบครัว เช่น
How can you treat your flesh and blood that way?
= คุณทำกับคนในครอบครัวอย่างนั้นได้อย่างไร
Though my son is a drug addict, I can’t cut him out of my life. He is my flesh and blood.
= แม้ลูกชายจะติดยา แต่ก็ตัดออกไปจากชีวิตไม่ได้เพราะเขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน
วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560
ของหมูๆ
เวลาต้องกาจะบอกว่าอะไรที่ทำง่ายหรืออะไรง่ายที่จะทำ เราสามารถใช้สำนวนต่อไปนี้
It’s very easy. = ง่ายมาก สำนวนนี้มันง่ายแต่อาจไม่มีเสน่ห์ ไม่มีสีสัน เราลองมาฝึกใช้คำพูดเหล่านี้ดู
1. It's a piece of cake. ของกล้วยๆ (เหมือนกินขนมเค๊ก)
2. It’s a breeze. ของหมูๆ สบายๆ (เหมือนสายลมเย็น)
3. It's a cinch. ของกล้วยๆ
4. There's nothing to it. ไม่เห็นมีอะไรเลย (ง่ายจะตาย)
5. Anyone can do it. ใครๆก็ทำได้
6. It's child’s play. ของเด็กๆ
7. It's a walk in the park. เหมือนเดินเล่นในสวน
8. It's not rocket science. ง่ายจะตาย (ไม่ใช่เรื่องการสร้างจรวดสักหน่อย หรือง่ายจะตายนั่นเอง)
9. It's easy as pie. ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
10. It’s easy as a,b,c. ง่ายเหมือน ก ข ค
11. I can do it with my eyes shut. หลับตาทำยังได้เลย
วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560
เยี่ยม
เวลาต้องการบรรยายว่าอะไรดี ถูกใจและประทับใจ เราสามารถใช้สำนวนต่อไปนี้บรรยายได้
1. It's great. เยี่ยม
2. It's fantastic. วิเศษ ยอดเยี่ยมเลย / แฟน (แทส) ติค /
3. It's excellent. ยอดเยี่ยม
4. It's better than average. ยอดเยี่ยม (ความหมายตรงตัวก็คือ มากกว่าธรรมดา คำว่า average อ่านว่า (แอ) เหวอะ ริจ หมายความว่า งั้นๆ หรือ ธรรมดา กลางๆ ไม่ดีมากและก็ไม้ได้แย่มาก ใช้กับทุกอย่างที่เรารู้สึกแบบนั้น
5. It's not bad. ก็ไม่แย่ ก็โอเค
6. I'd recommend it. ขอแนะนำ (เร๊ค) เคิม เม็น (ดิด)
7. I'm very impressed. ประทับใจมาก
8. It's better than I expected. ดีกว่าที่คาด
วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560
แล้วแต่เธอ
เราอยู่ท่ามกลางทางเลือกมากมาย และเราก็มีสิทธิ์เลือกทำ เลือกไม่ทำอะไรมากมายในแต่ละวัน เวลาเราอยากจะบอกว่า เรายังไงก็ได้ ขึ้นอยู่กับคุณก็แล้วกัน เราสามารถใช้สำนวนต่อไปนี้
1. You choose. เธอเลือกเลย
2. It's up to you. แล้วแต่เธอ
3. (You can) do what / as you like. ทำแบบที่อยากทำ
4. Do as you please. ทำตามที่ใจอยากทำ
5. The choice is yours. ทางเลือกเป็นของเธอ
6. Make up your own mind. ตัดสินใจซะ
7. It's fine by me if you want to... สำหรับฉัน ยังไงก็ได้ เช่น It’s fine by me if you want to eat out. = ถ้าเธออยากไปทานข้าวนอกบ้าน สำหรับฉันแล้ว ยังไงก็ได้
8. It's your decision. เธอตัดสินใจไปเลย
วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560
การอธิบายความเพิ่ม
You know ,“Happiness and peace are not dependent on possessions and circumstances.”
นี่ จะบอกอะไรให้ ความสุขและความสงบไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้าวของและปัจจัยภายนอก
หากเราไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกคนหนึ่งพูด และอยากรู้ว่า เอ แล้ว you อยากจะบอกว่าอะไร หรืออยากจะสื่อว่าอะไร เราอาจถามด้วยคำถามว่า
1. I’m afraid I am not quite clear what you mean.
(ผมหรือฉันเกรงว่า ตัวเองไม่เคลียร์ในสิ่งที่พูด)
2. I’m sorry, I don’t understand what you mean.
(ขอโทษนะที่ไม่เข้าใจสิ่งที่พูด)
3. I’m sorry, but could you explain what you mean.
(ขอโทษด้วย ช่วยอธิบายอีกครั้งได้ไหม)
4. What exactly are you trying to say ?
(คุณพยายามจะสื่ออะไร)
5. What (exactly) are you getting at ?
(คุณต้องการจะสื่ออะไร)
คำตอบ ก็สามารถใช้ว่า
1) The point I am trying to make is that …
ประเด็นที่กำลังพยายามจะบอกก็คือ......
2) I’d like to explain that … อยากจะอธิบายว่า หรืออยากจะสื่อว่า...
3) I’m sure you’ll understand that what I’m trying to say is… มั่นใจว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่พยายามจะสื่อนั่นก็คือ.....
4) What I mean is … สิ่งที่ต้องการจะบอกก็คือ...
5) All I am saying is … ที่กำลังพูดก็คือ.....
ตามด้วยคำอธิบายเพิ่ม
Material possessions, money and fame, might bring temporary happiness, but true happiness and inner peace come from within you. They do not depend on your possessions, status or circumstances.
ข้าวของที่เป็นวัตถุ เงินและชื่อเสียง อาจนำความสุขชั่วคราวมาให้แต่ความสุขที่แท้จริงและความสงบภายในเกิดจากตัวเรา ความสุขที่แท้จริงและความสงบภายในไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง หรือปัจจัยภายนอก
Material เหมอะ (เทีย) เรียล) หมายถึง ที่เกี่ยวกับวัตถุ สำนวนที่เห็นบ่อยคือ the material world = โลกวัตถุนิยม
We live in the material world. = เราอยู่กับโลกวัตถุนิยม The material world brings us incessant passions. = โลกวัตถุนิยมนำมาซึ่งความอยากไม่รู้จักจบจักสิ้น คำว่า passions = desires คำว่า passion จำง่าย ให้จำจาลูกเสาวรส ฝรั่งเขาใช้ว่า passion fruits = ผลไม่ที่ทำให้เกิดความอยาก หรือความต้องการ คำว่า incessant ที่ไม่หยุดไม่หย่อน
Temporary = ชั่วคราว อ่านว่า (เท็ม) เผอะ เร รี่ เช่น a temporary job = งานชั่วคราว a temporary residence = ที่พักอาศัยชั่วคราว ตรงข้ามคือ permamen อ่านว่า (เพอร์ ) เหมอะ เนิ่นท์
สำนวน to depend on = ขึ้นอยู่กับ หรือพึ่งพิง พึ่งพา ได้หมด เช่น My life depends on you. = ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับคุณนะ Thailand’s economy depends on export and tourism.
= เศรษฐกิจของประเทศไทยขึ้นอยู่กับการส่งออกและการท่องเที่ยว และคำคุณศัพท์คือ to be dependent on ใช้แทนที่กันได้เลย เวลาใช้ก็หมั่นเอาไปเขียนแทน เช่น My life depends on you. = My life is dependent on you. หรือ
Thailand’s economy depends on export and tourism. =Thailand’s economy is dependent on export and tourism.
สำนวนที่น่าจำอีกอันหนึ่งก็คือ It / That depends. หมายความว่า สุดแท้แต่ หรือ ก็แล้วแต่ (เราไม่สามารถให้คำตอบได้เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น I don’t know when I will get there. It depends. = ไม่รู้ว่าจะไปถึงที่นั่นเมื่อไร แล้วแต่
และหากต้องการจะบอกว่า แล้วแต่คุณ แล้วแต่เขา แล้วแต่อะไรหรือใครก็แล้วแต่เราสามารถใช้ว่า It depends on him. , It depends on you. ซึ่งจะใช้มากเมื่อมีการชวนทำอะไรแล้วเราตัดสินใจไม่ได้หรือไม่อยากตัดสินใจ เช่น What would you like to eat? อยากทานอะไร It depends on you. = แล้วแต่คุณ
Possessions เผอะ (เซส) เชิ่นส์ หมายถึง ทรัพย์สิน ข้าวของ ต่างๆ มาจากคำว่า to possess อ่านว่า เผอะ (เซส) คำว่า possessions มักเจอในข้อความในโรงหนังว่า Check your possessions before leaving. = กรุณาตรวจดูข้าวของหรือทรัพย์สินก่อนออกไป หรืออีกหนึ่งสำนวนคือ Don’t leave your possessions unattended.= อย่าเที่ยวทิ้งข้าวของไว้ (ให้ดูแลด้วย) คำว่า unattended = ไม่มีคนดูแล คำว่า status อ่านว่า เสอะ (เต) เติส หมายถึง สถานภาพ (ในสังคม) และ circumstances (เซอร์ ) เคิมส์ แตนส์ (เสิส) หมายถึง ปัจจัยภายนอก
วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560
ภาษาใช้พูด
มันเป็นอะไรที่......
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสำนวนที่ผู้เรียนภาษาน่าจะจดจำไว้ใช้เพราะมีโอกาสใช้ไม่น้อยเช่นกันเหมือนกับสำนวนภาษาไทยว่า มันเป็นอะไรที่.....
It is something that + S + V เป็นอะไรที่.....
เช่น
It is something that we have to discuss.
= เป็นอะไรที่เราต้องหารือกัน
It is something that you need to fight.
= เป็นอะไรที่คุณต้องต่อสู้
It is something that we cannot control. = เป็นอะไรที่เราควบคุมไม่ได้
It is something that we can’t accept.
= เป็นอะไรที่เรารับไม่ได้
It is something the we can’t tolerate.
= เป็นอะไรที่เราทนไม่ได้ (เหลืออดแล้ว)
It is something that we have to live with.
= เป็นอะไรที่เราต้องอยู่กับมัน
It is something that we cannot argue.
= เป็นอะไรที่เราเถียง(โต้แย้ง)ไม่ได้
It is something that we can’t forgive.
= เป็นอะไรที่ให้อภัยไม่ได้
It is something that she can’t take.
= เป็นอะไรที่เธอรับไม่ได้
It is something that we will not forget.
= เป็นอะไรที่ลืมไม่ได้
It is something that I must forget.
= เป็นอะไรที่ฉันต้องลืม
It is something that we have to let go.
= เป็นอะไรที่เราต้องปล่อยไป
It is something that we have to get over.
= เป็นอะไรที่เราต้องลืมให้ได้
It is something that you have to go through.
= เป็นอะไรที่คุณต้องผ่านไปให้ได้
It is something that we must do.
= เป็นอะไรที่เราต้องทำ
It is something that we shouldn’t worry about.
= เป็นอะไรที่เราไม่ควรจะไปกังวล
It is something that we have to pay attention to.
= เป็นอะไรที่พวกเราต้องให้ความใส่ใจ
It is something that they need to focus.
= เป็นอะไรที่พวกเขาต้องใส่ใจ
It is something that we need to ignore.
= เป็นอะไรที่เราต้องไม่สน
It is something that you should not overlook.
= เป็นอะไรที่คุณไม่ควรจะมองข้าม
It is something that we shouldn’t underestimate.
= เป็นอะไรที่เราไม่ควรจะประเมินมันต่ำเกินไป
It is something that Dad has to realize.
= เป็นอะไรที่พ่อจ้องตระหนักถึง
It is something that Mom must bear in mind.
= เป็นอะไรที่แม่ต้องจำไว้
It is something that I will never forget.
= เป็นอะไรที่ฉันจะไม่มีวันลืม
It is something that we can’t tell.
= เป็นอะไรที่เราบอกไม่ได้
It is something that is beyond my imagination.
= เป็นอะไรที่มันเกินกว่าจินตนาการของฉัน
It is something that goes beyond explanation.
= เป็นอะไรที่อธิบายไม่ได้
It is something that goes beyond words.
= เป็นอะไรที่อธิบายด้วยคำพูดๆไม่ได้
It is something that goes beyond my expectation.
= เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย
It is something that we look forward to.
= เป็นอะไรที่เรารอคอย
It is something that we pray for.
= เป็นอะไรที่เราสวดมนต์อ้อนวอน
It is something that we can’t think of.
= เป็นอะไรที่คิดไม่ได้
It is something that it isn’t worth our time.
= เป็นอะไรที่ไม่คุ้มค่ากับเวลา
It is something that we have to complain.
= เป็นอะไรที่เราต้องโวยวาย
It is something that we can’t complain.
= เป็นอะไรที่โวยวายไม่ได้เลย
It is something that I did agree with.
= เป็นอะไรที่ฉันไม่เห็นด้วย
It is something that we have to comply with.
= เป็นอะไรที่เราต้องยอมตาม
It is something that we have to live and learn.
= เป็นอะไรที่เราต้องเรียนรู้กันต่อไป
It is something I have to live and let live.
= เป็นอะไรที่ฉันต้องยอมรับตามที่มันเป็น
It is something that money can’t buy.
= เป็นอะไรที่เงินซื้อไม่ได้
It is something that the guy like you will never understand.
=เป็นอะไรที่คนอย่างเธอไม่มีวันจะเข้าใจ
It is something that we have to be responsible for.
=เป็นอะไรที่เราต้องรับผิดชอบ
วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
ช่างใจดีจริงๆ
เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกซาบซึ้งหรือขอบคุณในสิ่งที่อีกคนหนึ่งทำให้ หรือหลายๆคนทำให้ก็ได้ ในภาษาไทยเราจะมีสำนวนว่า ช่างใจดีอะไรอย่างนี้นะที่...... ช่างมีน้ำใจอะไรอะไรยังงี้นะที่....... ขอบคุณมากเลยที่.....ก็สุดแท้แต่ละท่านจะชอบสำนวนไหน แต่มีความหมายทำนองนี้แหละ เพราะแทนที่จะบอกว่า Thank you for…. ขอบคุณที่... เราก็สามารถใช้โครงสร้างนี้ได้
It's very kind of + someone + to
It's very kind of him to help us.
= เขาช่างดีจังนะที่ช่วยพวกเรา
"It's very kind of you to offer me the job."
= ช่างมีน้ำใจจังที่หางานมาให้
"It's very kind of you to listen to me."
= ขอบคุณมากมากที่รับฟัง
(ช่างดีจังเลยที่มารับฟัง)
"It's very kind of you to join me."
= ขอบคุณจริงๆที่ไปด้วย
"It's very kind of you to invite us."
= ขอบคุณจริงๆที่เชิญพวกเรา
"It's very kind of you to inform us what happened."
= ช่างดีจริงๆนะที่บอกให้เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"It is kind of you to help us."
= คนอะไรไม่รู้ดีมากเลยนะที่ช่วยพวกเรา
"It is kind of you to fill me in."
= ขอบใจมากนะที่เล่ารายละเอียดให้ฟัง (สำนวน to fill me in หรือ to fill someone in = เล่ารายละเอียดของเรื่องที่เราไม่รู้ เรียกว่าไม่ให้เราตกข่าวแบบนั้น)
"It is kind of you to entertain us."
= ช่างดีจริงๆเลยที่ให้ความบันเทิงกับเรา
"It is kind of you to double my salary."
= ขอบคุณมากเลยที่ขึ้นเงินเดือนให้อีกเท่าหนึ่ง
"It is kind of you to treat me.
=ช่างมีน่ำใจจริงๆเลยที่เลี้ยงฉัน
It's very kind of him to forgive us.
= เขาช่างใจดีจริงๆเลยที่อภัยให้พวกเรา
It's very kind of her to lend me some money.
= หล่อนช่างดีจริงๆเลยที่ให้ฉันยืมเงิน
It's very kind of them to give me a chance.
= พวกเขาช่างใจดีจริงๆเลยที่ให้โอกาสกับฉัน
วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
โครงสร้างนี้เป็นโครงสร้างที่น่านำไปพูดเพราะมันมีอานุภาพร้ายกาจ ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นแต่ขอ recommend เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ใช้ง่าย แค่เอาประโยคไปต่อข้างหลัง
There’s nothing + S + cannot + V ก็เรียบร้อย เช่น
There’s nothing that humans cannot do.
= ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำไม่ได้
There’s nothing that we cannot do.
= ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
There’s nothing that she cannot gossip about.
= ไม่มีอะไรที่หล่อนจะซุบซิบไม่ได้ (ซุบซิบได้ทุกเรื่อง)
There’s nothing you cannot argue (about).
= ไม่มีอะไรที่เธอเถียงไม่ได้เลยหรือ (เถียงได้ทุกเรื่อง) อ่านว่า (อา) กิว
"There is nothing I cannot ask for."
= ไม่มีอะไรที่เราร้องขอไม่ได้ (ขอได้ทุกเรื่อง)
"There's nothing we cannot accomplish."
= ไม่มีสิ่งใดที่เราทำไม่ได้ (จะใช้ do ก็ได้ แต่คำนี้เก๋ไก๋กว่า ตัวมันเองหมายถึง ได้มาหรือทำให้บรรลุล่วงได้)
"There's nothing our dog cannot open."
= ไม่มีอะไรที่น้องหมาของเราเปิดไม่ได้
There's nothing that we cannot promise."
= ไม่มีอะไรที่เราให้สัญญาไม่ได้ (สัญญาได้แต่อาจไม่ทำก็ได้)
There's nothing that we cannot complain."
= ไม่มีอะไรที่เราบ่นไม่ได้ (บ่นได้ทุกเรื่อง)
เอาไปปรับใช้กับคนใกล้ตัวก็ไม่เลว เช่น อยากจะบอกว่า ไม่มีอะไรที่คนอย่างเธอลืมไม่ได้ (จดจำมันทุกเรื่อง) ก็สามารถใช้ว่า
There’s nothing that you cannot forget.
หรือ กังวลมันทุกเรื่อง
There’s nothing that you cannot worry.
หรือ ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ เราก็ใช้ว่า
There’s nothing that money cannot buy.
เห็นไหมว่า เป็นประโยคสั้นนิดเดียว แต่พลังมหาศาล
วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560
There is no way....
There is no way…..
โครงสร้างนี้ก็เป็นอีกโครงสร้างหนึ่งที่น่าจะนำไปใช้ได้ เขาคือ There is no way + S + V. เราใช้เมื่อต้องการจะบอกว่า สิ่งนั้นหรือเหตุการณ์นั้นๆไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้ เช่น
ไม่มีวันซะหรอกที่จะ.....
There’s no way I’ll ever get married again.
= ไม่มีวันที่ฉันจะแต่งงานอีก
There’s no way I will ask you to come back.
= ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะง้อเธอ
There’s no way I will lend you my money.
= ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะให้ยืมเงินอีก
There’s s no way I will get over the hurt you’ve done to me.
= ไม่มีวันที่ฉันจะลืมความเจ็บปวดที่เธอทำ
There’s no way she will talk to you again.
= ไม่มีวันซะหรอกที่หล่อนจะพูดกับแกอีก
There’s no way things like this will happen.
= ไม่มีวันที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก
There’s no way he will forgive.
= ไม่มีวันที่เขาจะยกโทษให้หรอก
There is no way I will go with you.
= ไม่มีวันที่ฉันจะไปกับเธออีก
There is no way I will make the same mistake again.
= ไม่มีวันที่ฉันจะทำผิดแบบนั้นอีก
There is no way I will trust you again.
= ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะเชื่อเธออีก
There is no way I will do business with you.
= ไม่มีวันที่ฉันจะทำธุรกิจกับเธออีก
There is no way I will cooperate.
= ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะให้ความร่วมมือ
There is no way he will pay attention to his studies.
= ไม่มีวันซะหรอกที่เขาจะมาสนใจการเรียน
There’s no way I will feel sorry for what I’ve done .
= ไม่มีวันที่ฉันจะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำ
There is no way you will get promoted.
= ไม่มีวันที่เธอจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรอก
There is no way she will be grateful for that.
= ไม่มีวันที่เธอจะรู้สึกขอบคุณในสิ่งนั้นหรอก
There is no way he will change his mind.
= ไม่มีทางที่เขาจะเปลี่ยนใจ
There is no way I will make the same mistake again.
= ไม่มีทางที่ฉันจะทำผิดพลาดแบบนั้นอีก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















