วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อย่าทำให้ใครต้องเจ็บปวด

When you inflict pain or menace on others in order to torment them,
realize that you are only torturing yourselves.

เมื่อทำให้ใครเจ็บปวดหรือคุกคามเพื่อทำให้ผู้อื่นต้องทรมาน
รู้ไว้ด้วยว่า เรากำลังทรมานตัวเองอยู่

ยามที่เรา ทำให้ใคร ต้องเจ็บปวด
ขอให้รู้ เราร้าวรวด กว่าหลายเท่า
เพราะความเจ็บ จะคืบคลาน เหมือนดั่งเงา
โจมตีเรา วันที่ใจ นั้นอ่อนแอ

ศัพท์สำนวน
To inflict + สิ่งไม่ดี + on + คนใดคนหนึ่ง หมายถึง ทำให้คนๆนั้นได้รับสิ่งนั้น เช่น
The flood can inflict substantial damage to the economy.
= น้ำท่วมสามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับเศรษฐกิจ
The criminal showed no regret for the suffering he inflicted on the innocent.
= อาชญากรไม่ได้แสดงอาการเสียใจที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องทุกข์ทรมานเลย
The suicide bomber inflicted death and injury on the innocent.
= ระเบิดพลีชีพทำให้ผู้บริสุทธิ์ล้มตายและบาดเจ็บ
และ self-inflicted หมายถึง ที่ทำตัวเองเจ็บปวดทรมานเอง เช่น
His problems are mainly self-inflicted.
= ปัญหาของเขาเกิดจาดการทำตัวเอง
To menace อ่านว่า (เม ) นีส หมายถึง ขู่ หรือคุกคาม เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา เช่น
The terrorist menaced the government by bombing.
= พวกก่อการร้ายขู่รัฐบาลด้วยระเบิด
The best way to deal with the menace of drug dealing is to report it to the police.
= วิธีที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับการคุกคามของการซื้อขายยาเสพติดก็คือ แจ้งตำรวจ
That person is a menace to the firm.
=คนๆนั้นคุกคามบริษัท
Torture (ทอร์ ) เฉ่อร์ หมายถึง การทรมาน (ทางกายและทางใจ) ใช้เป็นคำนามหรือคำกริยา
• Waiting is just torture for me.
• = การรอคอยเป็นความทรมานสำหรับฉัน
• Listening to him can be torture.
• = การฟังเขาอาจเป็นการทรมานก็ได้
Don't torture yourself over the mistake.
= อย่าทรมานตัวเองเรื่องข้อผิดพลาดเหล่านั้น
(คิดหรือกังวล)
Don’t torture yourself by doing what you don’t like.
= จงอย่าทรมานตัวเองโดยการทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ
และคำว่า torment (ทอร์) เมิ่นท์ หมายถึง ทนทุกข์ทรมาน เช่น
I am constantly tormented by the guilt.
= ฉันทรมานจากความรู้สึกผิดตลอดเวลา
She torments her boyfriend by not answering the phone.
= หล่อนทำให้แฟนหนุ่มทุกข์ทรมานโดยไม่ยอมรับโทรศัพท์
• She lived in torment for the rest of her life.
• = หล่อนมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานสำหรับชีวิตที่เหลือ
• No one could understand his inner torment.
• = ไม่มีใครเข้าใจความทุกข์ทรมานในใจเขาได้
• After years of torment, she left her husband.
• = หลังจากทุกข์ทรมานมาหลายปี หล่อนก็ทิ้งสามีไป

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ชีวิตไม่ใช่การแข่งขันแย่งชิง

Life is not a competition.
Life is about helping and inspiring,
so we can each reach our potential.

ชีวิตไม่ใช่การแก่งแย่งแข่งขัน
ชีวิตคือการช่วยและการสร้างแรงดลใจ
เพื่อว่าเราจะสามารถเข้าถึงศักยภาพของเราเองด้วย

สำนวน
competition คาม เผอะ (ทิ) เชิ่น) หมายถึง การแข่งขัน เช่น
There is intense / fierce competition here. I am afraid we have to work hard.
= ที่นี่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ฉันเกรงว่าเราต้องเหนื่อยมากแน่ๆ
The competition is fierce everywhere.
= การแข่งขันกันดุเดือดในทุกที่
สำนวน to be in competition with แข่งขันกับ
These products are in competition with each other in terms of prices and quality.
= สินค้าพวกนี้แข่งขันกันทั้งราคาและคุณภาพ
We are in competition with the leading company.
= เรากำลังแข่งขันกับบริษัทชั้นนำ
Prices are lower when there is competition.
= ราคาสินค้าถูกลงเมื่อมีการแข่งขันกัน
คำว่า potential เผอะ (เทน) เชิ่ล หมายถึง ศักยภาพ เป็นคำนาม เช่น
He has the potential to be the new boss.
= เขามีศักยภาพที่จะเป็นหัวหน้าคนใหม่
Everybody has the potential to be enlightened.
= ทุกคนมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรม
This company has the potential for growth.
= บริษัทนี้มีศักยภาพที่จะโต
I am convinced that he has the potential to be the winner.
= ฉันมั่นใจว่าเขามีศักยภาพที่จะเป็นผู้ชนะ (เขาสามามารถชนะได้)
You can achieve your potential.
= คุณทำได้
He has a lot of potential to be a great singer.
= เขามีศักยภาพมากที่จะเป็นนักร้องที่เก่ง
เราสามารถเอากริยามาบรรยายคำนี้ได้เช่น to show แสดงให้เห็น , to realize = รู้ถึง , to develop = พัฒนา, to unleash = ปลดปล่อย เช่น
That young guy shows great potential to be a great pianist.
= เด็กหนุ่มคนนั้นแสดงศักยภาพที่จะเป็นนักเปียโนที่เก่ง
She has the potential to be a doctor.
= หล่อนมีศักยภาพที่จะเป็นหมอ
I believe you have leadership potential.
= ฉันเชื่อว่าเธอมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำ
The most important job of the teacher is to help students realize their full potential.
= งานที่สำคัญที่สุดของครูก็คือช่วยให้นักเรียนรู้ถึงศักยภาพของตัวนักเรียน

You have to develop your potential to be responsible for that position.
= คุณต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อที่จะรับผิดชอบในตำแหน่งนั้น
และคำนี้เองสามารถใช้เป็นคำคุณศัพท์ เมื่อเราเห็นคำนี้วางอยู่หน้าคำไหนก็ตามหมายถึง ที่มีโอกาสหรือที่มีศักยภาพที่จะเป็นแบบนั้น เช่น a potential danger = อันตรายที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น a potential customer = คนที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้า
a potential candidate = ผู้สมัครที่มีโอกาสจะได้รับเลือก
a potential problem = ปัญหาที่มีโอกาสจะเป็นปัญหา
a potential conflict = ความขัดแย้งที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น

วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ภาพลวงตา

Envy is just an illusion.
When something good happens to someone else,
it takes nothing away from you.

ความอิจฉาเป็นเพียงสิ่งลวงตา
เมื่อมีสิ่งดีเกิดขึ้นกับใคร
เราก็ไม่ได้เสียอะไรไป

สำนวน
Envy หมายถึง อิจฉา เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา เช่น
I envy you. = ฉันอิจฉาเธอ
We envied her success.
= เราอิจฉาที่หล่อนประสบความสำเร็จ
I envy him. He has a car and a lot of money.
= ฉันอิจฉาเขาจัง เขามีรถ มีเงิน
เราสามารถบรรยายได้ว่า I envy his car and money.
We envy the freedom of the American people. (the Americans)
= เราอิจฉาเสรีภาพของคนอเมริกัน
คำนาม เช่น
That superstar is the envy of all her friends.
= ซุปตาร์คนนั้นเป็นที่อิจฉาของเพื่อนทุกคน
He watched with envy as I was driving a new car.
= เขาดูด้วยความอิจฉาขณะที่ฉันขับรถใหม่
My new house is the envy of my relatives and friends.
= บ้านหลังใหม่เป็นที่อิจฉาของญาติๆและเพื่อน
สำนวน to be the envy of + ใครก็ตาม หมายถึง สิ่งนั้นเป็นที่อิจฉาของ
The money I got from the lottery was the envy of the neighborhood.
= เงินที่ฉันได้จากลอตเตอรี่เป็นที่อิจฉาของคนในละแวกบ้าน
Her new promotion is the envy of her peers.
= ตำแหน่งใหม่ของเธอเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ
และสำนวน to be green with envy = ตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา เช่น
She was green with envy when she met me and my boyfriend.
= หล่อนตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉาเมื่อเห็นฉันกับแฟน
I don’t envy + คนใดคนหนึ่ง + สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่ดี หมายถึง ไม่ได้อิจฉาในเรื่องนั้น หรือใครจะไปอิจฉาเรื่องแบบนั้น หรือหมายถึง โชคดีนะที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น เช่น
I don’t envy you your problem. = โชคดีที่ฉันไม่มีปัญหานั้น (ไม่อิจฉาที่เธอมีปัญหาแบบนั้นหรอก)

illusion = ภาพลวงตา ภาพมายา อิล (ลู) เชิ่น
สำนวน to be an illusion = เป็นภาพลวงตา
What we think about him is just an illusion.
= สิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับเขาเป็นเพียงภาพลวงตา
Success is an illusion.
= ความสำเร็จเป็นภาพลวงตา
Material possessions and fame are just an illusion.
= วัตถุข้าวของเงินทองและเกียรติยศชื่อเสียงเป็นเพียงภาพลวงตา
It is an illusion that + S + V เช่น
It is an illusion that she mistakes fame for happiness.
= เป็นภาพลวงตาที่หล่อนคิดว่าชื่อเสียงคือความสุข

วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เรียนอังกฤษจาก Toeic

Please let your staff know about this great new career option as soon as possible. (a. Obvious), we will (b. high) consider employees (c. which) ( d. has worked) in our company for a longer period of time.
ช่วยแจ้งให้พนักงานทราบเกี่ยวกับทางเลือกในอาชีพใหม่นี้ให้เร็วที่สุด เป็นที่แน่ชัดว่า เราจะพิจารณาพนักงานที่ทำงานในบริษัทมาเป็นเวลานานกว่าก่อน
คำตอบ ข้อ a แก้เป็น obviously เพราะทำหน้าที่ขยายทั้งประโยค เหมือน Fortunately, he is alive. = โชคดี ที่เขายังไม่ตาย ข้อ b. เปลี่ยนเป็น highlyเพราะขยายกริยา consider ต้องใช้เป็นคำวิเศษณ์ ข้อ c . เปลี่ยนเป็น who เพราะคำนามคือ employees เป็นคนต้องใช้ “who” ส่วนข้อ d. เป็น haveเพราะคำว่า who= employees เป็นพหูพจน์ ใช้ has worked (has + V3) เพราะคำว่า for + กลุ่มคำนามแสดงเวลา เช่น
I have lived here for ten years. = ฉันอยู่ที่นี่มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว
Obviously, this project is going to take some time.
= แน่ชัดแล้วว่า โครงการนี้จะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
Cost is obviously important.
= เป็นที่แน่ชัดว่า ค่าใช้จ่ายสำคัญมาก
He obviously loves her.
= เป็นที่แน่ชัดว่า เขารักหล่อน
She is obviously wrong.
= เป็นที่แน่ชัดว่า หล่อนผิด

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ชีวิตยังมีหวัง

No matter how good or bad you think life is.
Wake up each day and be thankful for life.
Someone somewhere else is fighting just to survive.

ไม่ว่าเราจะคิดว่าชีวิตจะดีหรือแย่เพียงใด
  ทุกเช้า ตื่นมาขอให้ขอบคุณชีวิต
   เพราะยังมีคนอื่นที่ดิ้นรนเพียงเพื่อแค่ให้มีชีวิตรอด

สำนวน
To survive = อยู่รอด รอดชีวิต เช่น
Some work hard just to survive, but others work hard to get a better life.
= บางคนทำงานอย่างหนักแค่เพื่อให้มีชีวิตรอดแต่หลายคนทำงานอย่างหนักเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
The car crashed and nobody survived.
= รถชนและไม่มีใครรอด
The plane crashed into the mountain, but only a girl survived.
= เครื่องบินชนภูเขาตก แต่มีเด็กผู้หญิงคนเดียวที่รอดชีวิต
สามารถมีกรรมได้ เช่น รอดจากอะไรก็ใช้สิ่งไม่ดีนั้นมาวางไว้ข้างหลังคำนี้
My dad is lucky that he can survive cancer.
= พ่อฉันโชคดีที่รอดจากมะเร็งได้
Don’t worry! We will survive the economic crisis.
= ไม่ต้องกังวล เราจะรอดจากวิกฤติเศรษฐกิจได้แน่
He cannot survive the heartache.
= เขาไม่สามารถรอดจากการปวดใจได้
เวลาใครทิ้งเราไปหรือทำนองว่า ไม่ง้อ ฉันก็อยู่ได้ ทำนองนั้น เราจะได้ยินสำนวนว่า I will survive without you. หรือ I can survive without you. = ฉันมีชีวิตรอดได้ ฉันอยู่ได้โดยไม่มีคุณ เราสามารถเอากรรมอะไรก็ได้มาใส่ตรงนี้ได้ เช่น
Don’t worry! I can survive without him.
= ไม่ต้องห่วง ไม่มีเขา ฉันก็ยังอยู่ได้ สบายมาก
He cannot survive without love.
= เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีความรัก
They could not survive without food and water.
= เขาไม่มีชีวิตรอดได้หรอกโดยไม่มีอาหารและน้ำ
คำนามคือ survival หมายถึง การมีชีวิตรอด
สำนวนที่เจอคือ to fight for survival = ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด
Nowadays we are fighting for survival.
= ทุกวันนี้ พวกเราดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด
และสำนวน the survival of the fittest = การอยู่รอดของผู้ที่แกร่งที่สุดหรือสิ่งที่แกร่งที่สุด หมายถึง คนหรือสิ่งที่จะอยู่รอดได้ก็คือคนหรือสิ่งที่เข้มแข็งหรือแกร่งที่สุด เช่น
That company is successful in spite of the economic slowdown, it is the survival of the fittest.
= บริษัทประสบผลสำเร็จแม้เศรษฐกิจชะลอตัว เป็นการอยู่รอดของผู้ที่แกร่งที่สุด
To fight tooth and nail = สู้ยิบตา สู้ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามแบบสุดๆ
He fought tooth and nail to get his project approved.
= เขาสู้แบบยิบตาเพื่อทำให้โครงการได้รับการยอมรับ
She will fight tooth and nail to start her own business.
= หล่อนสู้ยิบตาเพื่อเริ่มทำบริษัทของตัวเอง

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วินัย

We need a repeated discipline,
a genuine training,
in order to let go of
our old habits of mind and
to find and sustain a new way of seeing.

เราต้องใช้วินัยที่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
ซึ่งเป็นการฝึกฝนจิตใจอย่างแท้จริง
เพื่อปล่อยความเคยชินเดิมๆออกไป
เพื่อพบหนทางใหม่และทำให้อยู่ในใจ
ศัพท์สำนวน
Repeated discipline = วินัยที่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก คำว่า repeated มาจากกริยา to repeat หมายถึง ทำซ้ำ เช่น
Repeat after me.
= พูดตามฉัน
Can you repeat your question?
= ช่วยถามอีกทีได้ไหม
Sorry – could you repeat that?
= โทษครับ ช่วยพูดอีกครั้งหนึ่งได้ไหมครับ
Don’t repeat that mistake.
= อย่าทำความผิดนั้นอีก
Repeat this exercise until you understand it.
= ทำแบบฝึกหัดนี้จนกว่าจะเข้าใจ
She has to repeat English class.
= หล่อนต้องลงเรียนวิชาภาษาอังกฤษอีกครั้ง

ส่งท้ายด้วยสำนวน History repeats itself. ใช้บอกเวลา ที่เรื่องอะไรมันเกิดซ้ำแบบเดิมๆ ใช้บรรยายสิ่งที่ดีและไม่ดีได้หมด คำว่า history อ่านว่า (ฮิส) ทรี่
คำว่า repeat เมื่อนำมาเติม –ed ก็จะหมายถึง ที่ถูกทำซ้ำแล้วซ้ำอีก และเมื่อเอามาเติม –ly ก็จะเป็น repeatedly หมายความว่า อย่างซ้ำๆ เช่น
She has made an announcement repeatedly.
= หล่อนประกาศซ้ำแล้วซ้ำอีก

ส่วนคำว่า discipline หมายถึง ความมีวินัย อ่านว่า (ดิส) สิ พลิน เช่น
You cannot be successful without discipline.
= คุณไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ถ้าไม่มีวินัย
และ self-discipline ก็คือ การมีวินัยในตัวเอง
เช่น One needs self-discipline to develop oneself.
= คนเราจำเป็นต้องมีวินัยเพื่อพัฒนาตัวเอง
และสำนวนที่ใช้บอกให้คนเขามีวินัย ทำอะไรให้เป็นนิสัย เขาใช้ว่า to discipline oneself เช่น
Children need to discipline themselves to read before bedtime.
= เด็กๆจำเป็นต้องฝึกตัวเองให้มีวินัยในการอ่านหนังสือก่อนเข้านอน
คำว่า discipline ใช้ในรูปกริยา แบบไม่มีกรรมก็ได้เช่น
Self- learning requires great deal of discipline.
= การศึกษาด้วยตัวเองจำเป็นต้องมีวินัยอย่างมาก
Sports teach us respect, discipline, and cooperation.
= กีฬาสอนให้เรามีความเคารพ วินัยและการร่วมมือ

Old habits of mind ก็คือ นิสัยเดิมๆ
Old habits die hard.
= นิสัยที่สั่งสมมานานมันแก้ยาก (สันดาน)
และ to sustain + สิ่งใดก็ตาม หมายถึง ทำให้สิ่งนั้นยั่งยืน เช่น
Self-sufficiency is the only way to sustain our peace of mind.
= การเพียงพอในตัวเองเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ความสงบในใจนั้นยั่งยืน
If you want to sustain a good figure like this, you need to be on diet and exercise regularly.
= ถ้าอยากให้มีรูปร่างดีๆแบบนี้ตลอดไป คุณต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
และคำนี้ก็มีความหมายว่า ทำให้อยู่ต่อไปได้ เช่น
The villager sustains his life by growing rice.
= ชาวบ้านคนนั้นเลี้ยงชีวิตด้วยการปลูกข้าว
Two cups of coffee can sustain me until the end of the day.
= กาแฟสองแก้วทำให้ฉันอยู่ได้จนกระทั่งสิ้นสุดของวันเลย
และ คำคุณศัพท์ sustainable เอาไปใส่ไว้หน้าคำไหนก็จะหมายถึง ที่ยั่งยืน เช่น
Sustainable economy = เศรษฐกิจแบบยั่งยืน
to promote sustainable agriculture. = ส่งเสริมเกษตรแบบยั่งยืน
to promote sustainable tourism = ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
to promote sustainable growth = ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน
to promote sustainable economy = ส่งเสริมเศรษฐกิจแบบยั่งยืน

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ข้อเสียของกาแฟ

• However, coffee also has some drawbacks. You need to be aware of the following disadvantages of coffee.
• อย่างไรก็ดี กาแฟก็มีข้อเสียเช่นกัน เราต้องระวังถึงข้อเสียต่อไปนี้ของกาแฟด้วย
•
• No 1. It can be toxic. Bad quality coffee has a lot of impurities. It can cause sickness and headache.
• ข้อแรก กาแฟเป็นพิษ กาแฟที่มีคุณภาพไม่ดีมีสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์จำนวนมาก สามารถทำให้ป่วยและปวดหัวได้
• No 2. It can cause vomiting if you drink too much.
• ข้อที่2 กาแฟทำให้เกิดอาการอาเจียนถ้าดื่มมากเกินไป
• No 3. It can cause insomnia and restlessness.
• ข้อ3 กาแฟทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับและเกิดอาการกระสับกระส่าย
• คำว่า drawbacks = ข้อเสีย to be aware of + สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หมายถึง ระวัง ตระหนักถึง เช่น
• You should be aware of the danger when you talk on the phone while driving.
• = คุณควรจะตระหนักถึงอันตรายเมื่อคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ
• คำว่า to vomit (วา) มิท หมายถึง อาเจียน เช่น
• I feel like vomiting when I smell smoke.
• = ฉันรู้สึกอยากจะอาเจียนเมื่อได้กลิ่นบุหรี่
• She wants to vomit when she smells the perfume.
• = หล่อนอยากจะอาเจียนเมื่อได้กลิ่นน้ำหอม
He vomited blood after he took those toxic mushrooms.
• = เขาอาเจียนเป็นเลือดหลังจากที่กินเห็ดมีพิษเข้าไป
• สำนวนที่ใช้พูดแทนคำว่า vomit คือ to throw up เช่น
• I feel like throwing up. = รู้สึกอยากจะอาเจียน
• She threw up her dinner because she drank too much coffee.
• = หล่อนอาเจียนอาหารเย็นออกมาเพราะดื่มกาแฟมากเกินไป
• สำนวน insomnia หมายถึง อาการนอนไม่หลับ อ่านว่า อิน (ซาม) เนีย คำว่า in = ไม่ somme = หลับ หากต้องการบอกว่า เรานอนไม่หลับก็สามารถพูดได้ว่า I couldn’t sleep last night. = เมื่อคืนนอนไม่หลับ แต่หากเป็นอาการที่นอนไม่หลับทุกคืน แบบที่ต้องพึ่งยาพวกนี้ ก็ต้องบอกว่า I suffer from insomnia. = เป็นโรคนอนไม่หลับ และต้องใช้ยานอนหลับก็คือ sleeping pills (ยาที่ทำให้หลับ)
• ส่วนอาการกระสับกระส่าย เขาใช้ว่า restless มาจากคำว่า rest = พักผ่อน + less = ไม่หรือปราศจาก ก็คือ ไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน เช่น I am restless when I speak in front of the public. = ฉันจะกระสับกระส่ายเวลาพูดต่อหน้าผู้คน
• She had a restless night. = เมื่อคืน หล่อนนอนไม่หลับ (กระสับกระส่าย)
• The noisy music made me toss and turn all night.
• = เสียงดนตรีที่หนวกหูทำให้ฉันกระสับกระว่ายทั้งคืน
• สำนวน to toss and turn หมายถึง พลิกไปพลิกมา หากต้องการจะบรรยายอาการนี้ ก็ใช้สำนวนนี้ ทำให้เห็นภาพได้มากกว่า
• The worries about my son’s illness have kept me toss and turn for almost a week.
• = ความกังวลเรื่องอาการป่วยของลูกทำให้ฉันนอนกระสับกระส่ายมาเกือบอาทิตย์แล้ว