วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Don’t get too attached to anyone

 Don’t get too attached to anyone

because attachment leads to expectation
and expectation leads to disappointment.

อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับใครมากไป
เพราะจะทำให้เกิดความคาดหวังแล้วก็จะผิดหวังในที่สุด

สำนวนควรรู้
สำนวน to get attached to + อะไรหรือใคร หมายถึง ไปผูกติด ไปยึด
คำว่า attach มาจากคำสองคำมารวมตัวกันนั่นคือ at = ไปสู่ + tach เชื่อม หรือทำให้แน่นหมายถึง ผูก เอาไปผูกติดไว้ (ตรงนี้ไม่ต้องอ่านก็ได้ หรืออ่านก็ได้แต่ไม่ต้องจำก็ได้) หรืออยากอ่านแต่ไม่อยากจำก็แล้วแต่สะดวก แปลว่า เอามาแนบ เอามาผูกติด ได้ไหม
Don’t forget to attach your recent photo to the application form.
= อย่าลืมแนบรูปที่ถ่ายเร็วๆนี้ไปกับใบสมัครงานด้วย
Please attach your copy of your ID card.
=ช่วยแนบสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย
Don’t forget to attach the label on the product.
= อย่าลืมเอาฉลากไปติดบนผลิตภัณฑ์
He is attaching the trailer to the back of the truck.
=เขากำลังเอารถลากไปผูกติดกับด้านหลังของรถบรรทุก
และสำนวน to be / get attached to + คนหรือสิ่งของ หมายถึง ไปยึดเพราะเอาตัวไปผูกติดกับสิ่งนั้นหรือคนๆนั้น เช่น
It’s easy to be attached to children who you take care of.
= ง่ายออกที่จะไปติดเด็กที่ดูแล
Be careful, she will be attached to you because you take best care of her.
= ระวังนะเฮ้ย หล่อนจะมาติดแกเพราะแกดูแลหล่อนดีมาก
และสำนวนที่บอกว่า Hey! Don’t get attached to anyone.
เป็นการเตือนสติว่า เฮ้ย อย่าไปผูกติดกับใครทั้งสิ้น ไม่ใช่อะไร เดี๋ยวมันจะเจ็บ
และสุดท้าย to lead to หมายถึง นำไปสู่ หรือทำให้เกิดนั่นเอง
Good preparation leads to success.
= การเตรียมตัวที่ดีนำไปสู่ความสำเร็จ (ทำใประสบผลสำเร็จ)
This road lads to the beach.
= ถนนสายนี้นำไปสู่ชายหาด


อาจเป็นรูปภาพของ ทะเลสาบ, ต้นไม้ และธรรมชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Do not be afraid

Do not be afraid to encounter risks.


It is by taking chances that we learn how to be brave.


อย่ากลัวที่จะเผชิญกับความเสี่ยง

ใช้โอกาสที่ผ่านเข้ามาเรียนรู้ที่จะสร้างความกล้า




อาจเป็นภาพระยะใกล้ของ กุหลาบ

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

When you were born,...

When you were born, you were crying and everyone around you was smiling.

Live your life so that when you die, you’re the one who is smiling and everyone around you is crying.


ตอนที่เราเกิด เราร้องไห้ คนรอบตัวเรายิ้ม
จงใช้ชีวิตให้เต็มที่เพื่อว่าตอนที่เราตาย เราจะเป็นคนที่ยิ้มและคนรอบตัวร้องไห้


เมื่อออกจาก ท้องของแม่ ขี้แยนัก
มีคนรัก รายล้อม พร้อมยิ้มให้
เราต้องอยู่ ในโลกนี้ อย่างเข้าใจ
ทำชีวิต ให้สดใส กว่าวันมา
ยามจากไป คนที่รัก อาจร้องไห้
เศร้าอาลัย ด้วยเพราะเห็น ถึงคุณค่า
ที่เราสร้าง ฝากทิ้งไว้ ในโลกา
วันจากลา เราจะยิ้ม อย่างอิ่มเอม

ศัพท์สำนวน

สำนวน everyone around you = คนที่อยู่รายรอบกาย

คำว่า around + คำนาม หมายถึง ที่อยู่รอบ เช่น

around the world = รอบโลก
around the city = รอบเมือง
around the house = รอบๆบ้าน

สำนวน to live your life = มีชีวิตอยู่ให้เต็มที่ ไม่ต้องยั้งว่างั้น

ส่วน so that + ประโยค หมายถึง เพื่อว่า

กลอนบทนี้ใช้กริยาสองกลุ่มคือ past และปัจจุบัน
สังเกตดูได้จาก were born , were smiling
เพราะผู้เขียนต้องการสื่อว่า เราเกิดมาแล้ว และทุกคนก็ยิ้มแล้ว
ส่วน is smiling , is crying ก็คือ ตอนที่พวกเขากำลังยิ้มและกำลังร้องไห้ตอนที่เราตาย นั่นหมายถึง เรายังไม่ตายนั่นเอง


อาจเป็นรูปภาพของ ต้นไม้, ทะเลสาบ, แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า, ท้องฟ้า และธรรมชาติ

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Winners Are Driven

 Winners Are Driven


Winners are very ambitious and driven about what they want to achieve.

They don’t take no for an answer and self-motivate themselves to keep going.

ผู้ชนะจะมุ่งมั่น

ผู้ชนะทะเยอทะยานสูงและมุ่งมั่นในสิ่งที่ต้องการจะบรรลุ

จะไม่ปฏิเสธอะไรและกระตุ้นตัวเองให้เดินหน้าต่อไป


will not take no for an answer
= ไม่ปฏิเสธสิ่งใดที่เสนอให้

He never takes no for an answer.
= เขาไม่เคยปฏิเสธอะไร

To be driven about + สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มุ่งมั่น

To self-motivate + oneself = กระตุ้นตัวเอง

I've missed more than 9000 shots in my career.
I've lost almost 300 games. 26 times, I've been trusted to take the game winning shot and missed.
I've failed over and over and over again in my life.
And that is why I succeed. - Michael Jordan

ในการเล่นบาสเป็นอาชีพ ผมชู้ตบาสพลาดมากกว่า 9000 ลูก
แพ้มาเกือบ 300 เกมส์ 26 ครั้ง ผมเชื่อว่าจะยิงลูกที่ทำให้ชนะแต่ก็พลาด
ในชีวิต ผมล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า และนั่นทำให้ผมประสบผลสำเร็จ

ไมเคิล จอร์แดน


อาจเป็นรูปภาพของ ต้นไม้, ภูเขา และธรรมชาติ


วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Don’t blame people

 Don’t blame people from disappointing you,

blame yourself for expecting too much from them.

อย่าโทษใครที่ทำให้เราผิดหวัง
โทษตัวเองที่คาดหวังมากไป

สำนวนควรรู้

คำว่า to blame หมายถึง โทษ ตำหนิ เช่น

He likes to blame me for the mistake.
= เขาชอบโทษฉันสำหรับความผิดพลาด

The boss blames everything except himself.
= หัวหน้าโทษทุกอย่าง (ตำหนิทุกอย่าง) ยกเว้นตัวเอง

Don’t’ blame him. It’s not his fault.
= อย่าไปตำหนิเขา ไม่ใช่ความผิดของเขา

She blamed herself for his son’s death.
= หล่อนโทษตัวเองที่ทำให้ลูกชายตาย

It’s your idea. Don’t blame me if it doesn’t work.
= ความคิดของแก อย่ามาโทษฉันถ้ามันไม่ได้ผล

คำว่า disappointing มาจากคำว่า to disappoint หมายถึง ทำให้ผิดหวัง
หากต้องการจะบอกว่าทำให้ใครผิดหวัง ก็เอาคนๆนั้นไปใส่ไว้ข้างหลัง เช่น

The result of the test disappointed me.
= ผลการสอบทำให้ฉันผิดหวัง

Your decision disappointed the boss.
= การตัดสินใจของคุณทำให้หัวหน้าผิดหวัง

Don’t disappoint me.
= อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ

I don’t mean to disappoint anyone.
= ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครผิดหวัง

จะเห็นว่า คำว่า expect และ disappoint ถูกนำมาใส่ ing เป๋นเพราะข้อบังคับทางไวยากรณ์ เมื่อใดก็ตามที่เป็นคำบุพบท เราต้องแปลงร่างให้มันก่อนเสมอ มันจึงเป็นเข่นนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกอกตกใจ แค่จำไว้และใช้ตามเขาไป

To expect + อะไร + จากใคร ก็ใช้ from ไปเลย ตรงกับภาษาไทยเด๊ะ


อาจเป็นรูปภาพของ นก, ท้องฟ้า, ธรรมชาติ, แหล่งน้ำ และแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า