วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564

To go down like a lead balloon

 To go down like a lead balloon


ถ้าจะแปลตรงตัวก็จะพอได้ความว่า ลงมายังกะลูกโป่งตะกั่ว แล้วก็จะคงจะงงกันต่อไปว่ามันหมายถึงอะไร เขาบอกว่า อะไรก็ตามที่มันล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ความคิดหรือแผนอะไรที่มันล้มเหลวแบบสิ้นเชิง น่าผิดหวัง ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า เราสามารถใช้สำนวนนี้ไปบรรยายเพื่อเพิ่มสีสันของเราได้เพราะ lead หมายถึงตะกั่ว ส่วน balloon ก็คือ ลูกโป่ง ลูกโป่งที่ทำด้วยตะกั่ว อย่าว่าแต่เอามันขึ้นไปเลย ยกมันขึ้นก็ยังลำบาก แล้วจินตนาการตอนมันลงดูซิว่ามันจะดิ่งมาได้เร็วขนาดไหน

The whole idea went down like a lead balloon.
= ความคิดทั้งหมดล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า

The idea of camping in the rainy season went down like a lead balloon.
= ความคิดที่จะไปกางเต็นท์ในฤดูฝนมันไม่เข้าท่าเลย มันน่าผิดหวังมาก

The business plan went down like a lead balloon because of the pandemic.
= แผนธุรกิจเราล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าเลยเพราะโรคระบาด

คำนี้ออกเสียงว่า เลด ไม่ใช่ ลีด


อาจเป็นรูปภาพของ มหาสมุทร, แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า, ธรรมชาติ และ ท้องฟ้า

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564

No Picnic

 No Picnic

สำนวน no picnic หากจะลองเดาดู ก็คงพอนึกออก ปกติเมื่อเห็นคำว่า picnic ก็จะพอเห็นภาพการพักผ่อนสบายๆ ไปเที่ยวตามสวนสาธารณะ เอาโน่นเอานี่มานั่งกินนั่งดื่มแบบสบายนอารมณ์กัน แต่พอเอา no มาใส่ข้างหน้า ก็จะหมายถึงว่า ไม่ใช่เรื่องสบายๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เรื่องมันยาก นั่นเอง เช่น

Life is no picnic during the pandemic.
= ชีวิตมันไม่ได้สบายในช่วงโควิดระบาด

Finding a good job is no picnic in today’s economy.
= การหางานดีๆทำไม่ง่ายเลยในยุคที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้

Getting in shape is no picnic for me.
= การทำให้รูปร่างดีและแข็งแรงสำหรับฉันแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

Learning English in a non-English environment is no picnic.
= การเรียนภาษาอังกฤษในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

It’s no picnic to get into the university. You have to study hard.
= ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องขยันมาก

เพราะฉะนั้น เราสามารถนำสำนวนนี้ไปใช้ได้ด้วยโครงสร้างว่า
It’s no picnic + to ……

It’s no picnic to speak in public.
= ไม่ง่ายเลยที่จะพูดต่อหน้าชุมชน

ว่าไป มันก็เหมือนกับ It’s not easy to……. หรือ It’s difficult to ..... นั่นแหละ แต่มันจะเก๋ไก๋กว่าไหมหากเราใช้ It’s no picnic to ลองเอาไปใช้ดูซิ




อาจเป็นรูปภาพของ สวนสาธารณะ, ต้นไม้, พื้นหญ้า และ ถนน

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Hot (ต่อ)

 Hot (ต่อ)

- ที่เร้าใจ ที่เสน่ห์แรง ที่เร่าร้อน
He is the hottest guy I’ve ever seen.
= เขาเป็นหนุ่มที่เร้าใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
I feel embarrassed when talking to a hot girl.
= ฉันรู้สึกเขินตอนคุยกับหญิงสาวที่ร้อนแรง

- ที่เป็นที่นิยม
This is the hottest movie of the year.
=นี่คือหนังที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของปีนี้

สำนวน to get into hot water
Stay away from that guy or you will get into hot water.
= อยู่ห่างๆเขาไว้ ไม่งั้นเดือดร้อนแน่

To sell like hot cakes ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
The new book sells like hot cakes.
= หนังสือเล่มใหม่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

หนุ่มหัวร้อนก็ a hothead หรือ a hot-tempered guy คำว่า tempered ก็คือ ที่มีอารมณ์แบบนั้น ในที่นี้ก็คือ ร้อน นั่นเอง
Don’t be such a hothead! Try to control your anger.
= อย่าหัวร้อนนัก ควบคุมอารมณ์โกรธหน่อย

Strike while the iron is hot เป็นสุภาษิต หมายถึง ตีเหล็กขณะที่กำลังร้อน ซึ่งก็หมายถึง ทำอะไรก็รีบทำตอนที่มีโอกาสทำ ใช้พูดได้ทุกสถานการณ์


อาจเป็นรูปภาพของ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า และ ธรรมชาติ

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564

To beat up on

 To beat up on

ตำหนิ โทษ


Stop beating yourself up!
= หยุดโทษตัวเองซะที

มาจากคำว่า to beat up คำว่า beat หมายถึง ตีหรือหวด หรือ กระหน่ำ
เมื่อถูกตีถูกกระหน่ำ ก็คงจะพอนึกออกแล้วใช่ไหมว่า มันทรมานขนาดไหน เมื่อนำมาใช้ในรูป to beat someone up ก็คือ กระหน่ำ ตี เช่น

He was beaten up by a gang of teenagers.
= เขาถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย

พอเอาคำว่า on มาใส่ให้มัน เป็น to beat up on + ใครก็ตาม หมายถึง ตำหนิ หรือโทษ เช่น

Don’t beat up on her! She tried her best.
= อย่าไปตำหนิเธอเลย เธอทำเต็มที่แล้ว


อาจเป็นรูปภาพของ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า, ธรรมชาติ, ท้องฟ้า และ มหาสมุทร

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564

I blew it!

 I blew it!

A: “How did your interview go?”
= สัมภาษณ์งานเป็นไงบ้าง
B: “ Not so good, I was very nervous.”
= ไม่ค่อยดีเลย ประหม่ามาก
A. “ Why were you nervous?”
= ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ
B. “ I think I might have messed up on a few questions, so I think I blew it.”
= คิดว่าตอบคำถามสองสามข้อได้ไม่ดี คิดว่าทำพลาดเอง (ทำพังเอง)

สำนวน to mess up on + สิ่งใดก็ตาม หมายถึง ทำผิดพลาด หรือทำได้ห่วย เช่น
I think I messed up on the last question.
= ฉันคิดว่าตอบคำถามข้อสุดท้ายได้ไม่ดี (ทำพลาด)

สำนวน to mess up หมายถึง ทำรก ทำสกปรก ทำเละเทะ เช่น
Last week my friends messed up the bedroom.
= สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อนๆมาทำห้องนอนเละเทะเลย

Don’t mess up the new kitchen! I am tired of cleaning.
= อย่ามาทำครัวใหม่เละเทะนะโว้ย ขี้เกียจทำความสะอาด

และ ถ้าต้องการจะบอกว่า ฉันเองที่ทำพังหรือทำไม่ดี ก็จำไปใช้ทั้งดุ้นเลยว่า
I’ve messed up this time. = I blew it. นั่นเอง

แต่ก็มีอีก 1 แสลง นั่นคือ to screw up ใช้แทนกันได้เช่นกัน เช่น
I screwed it up.
= ฉันทำพังเอง

It’s your life and if you want to screw it up. That’s too bad.
= ชีวิตของแก และถ้าจะทำให้มันเหลวแหลก ก็แย่นะ



อาจเป็นรูปภาพของ หนังสือ และ กุหลาบ

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Hot!!!!!

 Hot!!!!!

วันที่อากาศร้อน บางครั้งเราก็อยากจะระบายความรู้สึกออกมาเผื่อว่ามันจะคลายร้อนได้บ้าง หรือบางทีอาจร้อนกว่าเก่าอีก แต่อย่างน้อย การได้พูด มันก็ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นไม่มากก็น้อยแหละ
เราจะมาดูว่า สำนวนไหนบ้างที่เราพอจะเอามาใช้ระบายความร้อนได้บ้าง

It’s really hot. ร้อนจริงๆเลย ตรงตัว

It’s a real scorcher. ร้อนแบบจะไหม้เกรียมประมาณนั้น
คำว่า scorch หมายถึง เผา แบบนั้นเอามาเติม er ก็หมายถึง สิ่งที่มันจะเผาเราได้

It’s a real cooker. ร้อนเหมือนอยู่ในเตา
an electric cooker เตาไฟฟ้า
a gas cooker เตาแก๊ส

It’s baking hot. ร้อนเหมือนถูกอบ
คำว่า bake เห็นภาพของการอบขนมปัง

It’s boiling hot. ร้อนสุดๆ เหมือนโดนต้ม (ไม่ใช่ต้มตุ๋น)
น้ำกำลังเดือดเขาใช้ว่า The water is boiling. อาการประมาณนั้น นึกดูเอาเอง

It’s hot today we can fry an egg on the sidewalk.
วันนี้แม่งร้อนshipหายเลยว่ะ ทอดไข่ที่ทางเดินได้ เอากับมันซิ

It’s an oven out there. ร้อนมาก เหมือนเอาเตาอบไปตั้งข้างนอก

It’s a hot one out there. เป็นวันที่ร้อนมากวันหนึ่ง
(พูดตอนที่เข้ามาในห้องแอร์ หรือสถานที่เย็นๆแล้ว)

เมืองไทย อากาศมันร้อนทุกวัน เราก็ฝึกเอามันไปพูด เวียนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวภาษาเราก็เจ๋ง cool เอง


อาจเป็นรูปภาพของ ธรรมชาติ และ ต้นไม้